ติดตามความเคลื่อนไหวของ เอ็นจีโอ ที่เป็น แกนนำพากลุ่มชาวบ้านผู้”เห็นต่าง” หรือ กลุ่มผู้ที่”คัดค้าน” โครงการ”เมืองต้นแบบที่ 4 “

ติดตามความเคลื่อนไหวของ เอ็นจีโอ ที่เป็น แกนนำพากลุ่มชาวบ้านผู้”เห็นต่าง” หรือ กลุ่มผู้ที่”คัดค้าน” โครงการ”เมืองต้นแบบที่ 4 “

(รายงานพิเศษ)  ติดตามความเคลื่อนไหวของ เอ็นจีโอ ที่เป็น แกนนำพากลุ่มชาวบ้านผู้”เห็นต่าง” หรือ กลุ่มผู้ที่”คัดค้าน” โครงการ”เมืองต้นแบบที่ 4 “

 

 

ที่จะเกิดขึ้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่ง ปักหลักนอนข้างคืนที่ ทางขึ้นศาลากลางเป็นวันที่ 5 แล้ว พร้อมทั้งการตั้งเวที ปราศรัย ในบริเวณศาลากลางเป็นคืนที่ 2
ซึ่งพบว่า คนในพื้นที่จังหวัดสงขลา ไม่ได้ให้ความสนใจกับ วิธีการที่ เอ็นจีโอ”ตัวพ่อ” อย่าง บรรจง นะแส อย่าง พิภพ สิทธิสว่าง และ คนอื่นๆ ที่ขึ้นเวที เปิดโปง การเกิดขึ้นของ “เมืองต้นแบบที่ 4” ว่า ไม่ถูกต้อง อย่างนั้นอย่างนี้ หน่วยงานของรัฐ”หมกเม็ด” อย่างนี้ อย่างโน่น มีแต่กลุ่ม เอ็นจีโอ ด้วยกัน และ มวลชน ที่เป็นการ จัดตั้ง ของ เอ็นจีโอ ในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟัง

 


รวมทั้ง กลุ่มผู้ที่ ผิดหวัง จากการที่ เคยเรียกร้องในเรื่องประโยชน์ จากการที่จะสนับสนุน”เมืองต้นแบบที่ 4” และไม่ได้รับการ ตอบสนอง จาก ศอ.บต. และ จาก เอกชน เจ้าของ โครงการ ที่เข้าร่วมเวที ซึ่งมีทั้งที่เรื่องการเมืองท้องถิ่นแอบแฝง และ ผลประโยชน์ แอบแฝง
รวมทั้งกลุ่มโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่เคยยื่นหนังสือถึงนายอำเภอจะนะ เมื่อเดือนก่อนเพื่อขอร่วมออกแบบ”เมืองต้นแบบที่ 4” แต่ ยังไม่ได้รับคำตอบจาก ศอ.บต. จึงได้ ผสมโรงเคลื่อนไหว เพื่อคัดค้านโครงการ”เมืองต้นแบบที่ 4” แห่งนี้ด้วย


อารมณ์ของคนในพื้นที่วันนี้ อยู่ที่ปัญหา”ปากท้อง” เรื่องของ เศรษฐกิจ และเรื่องความ ยากจน เป็นเรื่องสำคัญกว่าการที่จะมา ร่วมรับฟังปัญหาของการ คัดค้าน การก่อสร้าง”เมืองต้นแบบที่ 4” เพราะคนส่วนใหญ่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ต้องการมีงานทำ ไม่ใช่การ ยึดติดกับ อาชีพที่ทำอยู่อย่าง”ดักดาน” และมองไม่เห็น อนาคตที่ดีกว่า
เขาถามกันว่า ลูกๆ หลานๆ ของเขาที่เรียนหนังสือ จบแล้ว จะไปไหน มีงานทำหรือไม่ ถ้า “การันตี” ว่า “ การเกิดขึ้นของ”เมืองต้นแบบที่ 4” ลูกหลานเขา มีงานทำ และคนในพื้นที่ มีรายได้ เรื่องอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึง


และที่สำคัญ เรื่องที่เหล่า เอ็นจีโอ ตัวพ่อ และ ตัวลูก นำมาพูดถึง บนเวทีนั้น เป็นเรื่องเดิมๆ ที่คนในพื้นที่รับรู้กันมานานแล้ว ตั้งแต่เรื่องการ ซื้อ-ขาย ที่ดิน ซึ่งคนที่เป็น เจ้าของที่ดิน ได้ประโยชน์ และ เต็มใจที่จะขาย และการ ซื้อ ขาย ที่ดิน ก็เป็น “ธุรกิจ” ที่ไม่ได้ผิดกฎหมาย ผิด ศีลธรรม ตรงไหน
รวมทั้งข้อมูลที่เป็นเรื่องของ “มลภาวะ”จาก การเกิดขึ้นของ”อุตสาหกรรม” จะทำให้ การเกษตรล้มหายตายจาก จะทำให้ การเลี้ยงนกเขาชวาเสียงเลี้ยงไม่ได้ “นกเขาไม่ขัน” ไข่ของนกที่จะฝักเป็น”ไข่ลีบ” หรือ การเลี้ยงปลาในคลองนาทับ และอื่นๆจะทำไม่ได้ ปลาในทะเลจะสูญพันธุ์ คนจะ ป่วย ไข้ เพราะ มลภาวะ ที่มากับ อุตสาหกรรม


เรื่องทั้งหมด เอ็นจีโอ ตัวพ่อ เคย ถ่านทอด เคย ปลุกปั่น คนในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน ที่ มีการต่อต้านโรงงานแยกก๊าซ “ไทย-มาเลเซีย” ที่ เอ็น จีโอ ตัวพ่อ ที่ขึ้นเวทีในวันนี้เคยมี”สโลแกน”ว่า “มึงสร้างกูเผา” แต่จนแล้วจนรอด โรงงานแยกก๊าซ ก็เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ และ อยู่มาจนถึงทุกวันนี้
ถามว่า คนเลี้ยงปลา คนหาปลา คนทำการเกษตร คนเลี้ยงนกเขาชวาเสียง เลิกอาชีพนี้ เพราะมลภาวะจาก โรงงานแยกก๊าซมีหรือไม่ ถามว่ามีคน เจ็บ ตาย เพราะ มลภาวะจาก โรงงานแยกก๊าซไปแล้วเท่าไหร่ มีตัวเลขหรือไม่ ก็ไม่มีหลักฐาน


มีแต่ ปลาในทะเลจะนะ ที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น ประมงพื้นบ้านจับปลาได้มากขึ้น ภาคเกษตรมีการปลูกแตงโม และอื่นๆ ที่ได้ราคามากกว่าในอดีต ฟาร์มเลี้ยงนกเขาชวาเสียง ก็ยังคงมีอยู่ทุกพื้นที่ของ อำเภอจะนะ
ที่สำคัญ โรงงานแยกก๊าซ ไทย-มาเลเซีย ซึ่งเป็นของ ปตท. และ ปิโตรนาส โรงงานไฟฟ้าจะนะ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้สร้างประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ในรูปแบบต่างๆ ทั้งกองทุนการศึกษา และกองทุนเพื่อการศึกษา ซึ่งคนในพื้นที่ได้รับอย่างทั่วถึง
เช่นเดียวกัน ถ้า “เมืองต้นแบบที่ 4 เกิดขึ้นได้ เงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนา เงินจากกองทุนเพื่อการศึกษา ก็จะได้กับคนในพื้นที่ และจะได้มากกว่า เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ รวมทั้งจะมีโรงพยาบาลศูนย์เกิดขึ้น เพื่อรองรับผู้คนใน 4 อำเภอของ จังหวัดสงขลา


วันนี้ คนในพื้นที่”ตาสว่าง” และพร้อมที่จะยอมรับการเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้น แต่ที่ไม่ออกมา ตั้งเวทีประชันกับ เอ็นจีโอ เพราะ ป่วยการ และไม่ต้องการให้ความขัดแย้งบานปลาย โดยในวันที่ 5 ที่จะถึง ผู้สนับสนุน จะยื่นรายชื่อ 10,000 กว่ารายชื่อ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้รัฐบาลเห็นว่า คนในพื้นที่ “ส่วนใหญ่” ต้องการ”เมืองต้นแบบที่ 4” แห่งนี้
ส่วน เอ็นจีโอ เมื่อ นอนหน้าศาลากลาง ก็แล้ว เปิดเวทีปราศรัย ก็แล้ว ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น สุดท้ายก็จะยกขบวนไปยัง ทำเนียบรัฐบาล เป็น มุกเดิมๆ ที่ทำมาทุกครั้ง และหลังจากกดดันรัฐบาลแล้ว ก็จะไปที่ “ยูเอ็น” เพื่อ ฟ้องร้อง สหประชาชาติ
แต่ถ้า รัฐบาล และ หน่วยงานของรัฐ นิ่งๆ เฉยๆ และ ฟังเสียง คนส่วนใหญ่ โดยไม่หวั่นไหวกับการ ประท้วง ของกลุ่มคนที่ ไม่ต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ทุกอย่างก็จบ และการพัฒนาก็จะเกิดขึ้น แต่ถ้า รัฐบาลยัง” บ้าจี้” ผู้นำยัง”ปากกล้าขาสั่น” ก็อย่าหวังว่า โครงการ “แลนด์บริสด์” หรือ “เอสอีซี” หรือ ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้จะเกิดได้ ถ้าแค่ “เมืองต้นแบบที่ 4” ยังเกิดไม่ได้ โครงการอื่นๆ ที่รัฐบาลกำลังเดินหน้า ก็เลิกคิด

เมือง ไม้ขม
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา รายงาน