ปลัดกระทรวงแรงงานลงนามบันทึกความร่วมมือ กับ ก.ยุติธรรม ก.การต่างประเทศ ก.สาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น  ส่งเสริมโอกาสแรงงานไทยทำงานที่มีทักษะ 14 สาขาอาชีพ ในประเทศญี่ปุ่น

ปลัดกระทรวงแรงงานลงนามบันทึกความร่วมมือ กับ ก.ยุติธรรม ก.การต่างประเทศ ก.สาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น  ส่งเสริมโอกาสแรงงานไทยทำงานที่มีทักษะ 14 สาขาอาชีพ ในประเทศญี่ปุ่น

ปลัดกระทรวงแรงงานลงนามบันทึกความร่วมมือ กับ ก.ยุติธรรม ก.การต่างประเทศ ก.สาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น  ส่งเสริมโอกาสแรงงานไทยทำงานที่มีทักษะ 14 สาขาอาชีพ ในประเทศญี่ปุ่น

 

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านข้อมูลพื้นฐานเพื่อการจัดระบบและการพำนักของแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ (MEMORANDUM OF COOPERATION ON A BASIC FRAMEWORK FOR INFORMATION PARTNERSHIP FOR PROPER OPERATION OF THE SYSTEM PERTAINING TO FOREIGN HUMAN RESOURCES WITH THE STATUS OF RESIDENCE OF “SPECIFIED SKILLED WORKER)


ทั้งนี้สืบเนื่องจากจากการที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการรับคนเข้าเมืองตามภาคเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งกำหนดสถานะของการพำนักอาศัยรูปแบบใหม่ให้แก่แรงงานต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อว่า “แรงงานที่มีทักษะเฉพาะ” เพื่อพยายามดึงดูดกำลังแรงงานต่างชาติให้เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นให้ได้ตามเป้าหมายจำนวน 345,000 คน ภายในปี พ.ศ. 2568 เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานใน 14 สาขาอาชีพ อาทิ ภาคเกษตรกรรม ก่อสร้าง ภาคบริการโรงแรมและการบริบาลผู้สูงอายุ พร้อมกับเสนอให้มีการจัดทำบันทึกความร่วมมือกับหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย

ในโอกาสนี้ปลัดกระทรวงแรงงานได้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยในการหารือข้อราชการกับ Ms. Shoko Sasaki ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นเกี่ยวกับการส่งเสริมการจัดส่งและการรับแรงงานที่มีทักษะเฉพาะจากประเทศไทยไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นให้เป็นไปอย่างราบรื่น แก้ไขปัญหาในการส่งและการรับแรงงาน และปัญหาของการพำนักอยู่ในญี่ปุ่นของแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการถ่ายทอดทักษะฝีมือทางเทคนิค รวมถึงการกระชับความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานและหน่วยงานภาครัฐของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้การเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างกันของทั้งสองประเทศบรรลุสู่จุดมุ่งหมายต่อไป