สว.สายทหาร และความมั่นคง เรียกร้อง รมว.พลังงาน ให้ บริษัทน้ำมัน เร่งเปิดบัญชีค้าส่ง ให้ จอบเบอร์ ส่งน้ำมันให้ ผู้ประกอบการ
สว.สายทหาร และความมั่นคง เรียกร้อง รมว.พลังงาน ให้ บริษัทน้ำมัน เร่งเปิดบัญชีค้าส่ง ให้ จอบเบอร์ ส่งน้ำมันให้ ผู้ประกอบการ

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก คณะกรรมาธิการทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เรียกร้องให้ รัฐมนตรีพลังงาน เร่งดำเนินการให้ บริษัทผู้ค้าน้ำมัน เช่น ปตท.,บางจาก เชลล์ คาลเท็กซ์ ที่เป็น เจ้าของกิจการโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง ของประเทศ ซึ่งได้หยุดขายน้ำมันในบัญชีค้าส่ง ให้กับ จอบเบอร์ ทำให้ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกประเภท บริษัทขนส่งสินค้า บริษัทรถโดยสารประจำทาง ผู้รับเหมาก่อสร้างถนนหนทางและชลประทาน ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ ที่ซื้อน้ำมันผ่าน “จ็อบเบอร์” ที่เป็นผู้ค้าน้ำมันมาตรา 2 ที่เป็น ลูกค้า ของบริษัทน้ำมันทั้งหมด โดยซื้อจาก บัญชีค้าส่ง ส่วนปั้มน้ำมัน ซื้อใน บัญชีค้าปลีก เมื่อ บริษัททั้งหมด ที่เป็น เจ้าของโรงกลั่น สั่งหยุดขาย บัญชีค้าส่ง ทำให้ “จ์อบเบอร์” ไม่สามารถ ส่งน้ำมันให้ผู้ประกอบการทุกประเภท ทำให้ ต้องไปเติมน้ำมัน จาก ปั้มน้ำมัน จนทำให้ น้ำมันในปั๊ม ไม่พอขาย รวมทั้ง คลังน้ำมัน ในแต่ละพื้นที่ ได้รับคำสั่งจาก บริษัทน้ำมัน ให้มีการ จำกัด ขายให้ปั๊ม โดย จำกัด จำนวนน้ำมัน เพื่อให้เพียงพอในการจ่ายน้ำมัน จนกว่า เรือบรรทุกน้ำมัน หรือ รถบรรทุกน้ำมัน จาก โรงกลั่น จะส่งน้ำมันมายังคลังน้ำมัน ยิ่งเป็นการ ซ้ำเติม สถานการณ์ ให้มีการ ปิดปั้ม ครึ่งวัน เพราะน้ำมันหมด และ มีรถจ่อคิวนับร้อยคัน เพื่อรอเติมน้ำมัน

การแก้ปัญหาความเดือดร้อน และ โกลาหล ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ รมว.พลังงาน ต้อง สั่งการให้ บริษัทน้ำมัน ซึ่งเป็น เจ้าของโรงกลั่น เปิดขายน้ำมันในบัญชีค้าส่ง โดยให้ “จ็อบเปอร์” สามารถซื้อน้ำมันจาก บริษัทน้ำมันได้ อาจจะมีราคาที่แพงกว่า ราคาหน้าปั้ม หรือ บัญชีค้าปลีกบ้าง แต่ต้องไม่ใช่ลิตรละ 50 บาท อย่างที่ บริษัท ปตท. เคยเปิดขายใน บัญชีค้าส่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ น่าเกลียด และไม่มี ธรรมภิบาล และ ผู้ประกอบการ รับไม่ได้ เพราะหาก รมว.พลังงาน ยังไม่แก้ปัญหา ให้มีการขายในบัญชีค้าส่ง ผู้ประกอบการทุกประเภท ก็ต้องไปแย่งซื้อน้ำมันในปั๊มกับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ถ้า รวม.พลังงาน และ ผู้บริหารรัฐบาล ไม่แก้ไข ปล่อยให้ ผู้ประกอบการธุรกิจทุกประเภท ไปเติมน้ำมันที่ ปั๊มน้ำมัน และ บริษัทน้ำมันมีการ จำกัด โค้วต้า ไม่ขายน้ำมั้นให้กับปั๊ม ที่ต้องซื้อน้ำมันมากกว่า ปกติ เพราะต้องขายให้กับผู้ประกอบการ ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ก็จะแก้ไม่ได้
ผู้ประกอบการ มีความสำคัญกับ การอยู่รอด ของเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าโรงงานต้องหยุด การขนส่งต้องหยุด เศรษฐกิจของประเทศจะ ล่มสลาย และหาก ผู้ประกอบการต้องซื้อน้ำมันในราคาแพง สินค้าทุกชนิดต้อง แพงขึ้น เพราะมีการขึ้นค่าขนส่ง โดยเฉพาะ จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม และเป็น ชุมทางการขนส่ง เป็นเมืองชายแดน อย่าง จ.สงขลา ที่ต้อง ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อส่งออกไปยัง ท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย และท่าเรือที่ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งต้องเติมน้ำมันในประเทศก่อนที่จะไปเติมยัง มาเลเซีย ถ้าการ ส่งออก มีปัญหา เพราะขาดแคลนน้ำมัน ความหายนะ จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ ที่ส่งผลถึง ความ หายนะ ของ เศรษฐกิจ ของประเทศด้วย

นายไชยยงค์ กล่าวว่า ฝากถึง ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา และ พลังงาน จ.สงขลา ก่อนที่จะ บอกกับประชาชน ว่า น้ำมันมีเพียงพอ และไม่ขาดแคลน ให้ลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริง โดยสอบถามจาก ปั๊มน้ำมันว่า ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง เขาซื้อน้ำมัน หรือได้รับน้ำมันจาก คลังน้ำมัน ใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา ปั๊มละหมื่นลิตรต่อวัน และ หลังจากมี วิกฤติ จาก สงครามตะวันออกกลาง เขาถูกตัดโควต้าวันละกี่พันลิตร โดยสามารถดูหลักฐานจาก “ใบอินวอยซ์” ที่ออกจาก คลังน้ำมันได้ รวมทั้งสอบถาม พนังงานขับรถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเขาจะบออกได้ว่า ณ วันนี้ รถบรรทุก 16,000 ลิตร 8 คลัง จ่ายน้ำมันให้เพียง 10,000 ลิตร บางวันได้เพียง 9,000 ลิตร หรือ 7,000 ลิตร ที่สำคัญแม้แต่ น้ำมัน แก๊สโซฮอร์ 91 และ 95 ที่ไม่เกี่ยวกับ โรงงานอุตสาหกรรม การขนส่ง และภาคการเกษตร ก็มีการ จำกัดการขายให้ปั๊ม ทำให้เกิดการ ขาดแคลน ที่ไม่ต่างกับ น้ำมันดีเซล ผู้ว่าราชการจังหวัด และ พลังงานจังหวัด ต้องมีการ พูดคุยกับ นายคลัง ทั้งคลัง ปตท. และ คลังร่วม และ ตัวแทนจำหน่ายของ บริษัทน้ำมัน ปตท.บางจาก เชลล์ และ คาลเท็กซ์ ที่ อ.สิงหนคร เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะทำความเข้าใจกับประชาชน การขาดแคลนน้ำมัน ไม่ใช่มาจากการความแตกตื่น และแห่มาเติมเพื่อกักตุน แต่เป็นเพราะการ บริหารที่ผิดพลาดของผู้รับผิดชอบ ที่ไม่เข้าใจเรื่อง ธุรกิจ การค้าน้ำมันในประเทศ และปล่อยให้ โรงกลั่น อยู่เหนือกฎหมาย ที่ รัฐบาล ควบคุมไม่ได้

ส่วนของ จ.สงขลา ที่การ ขาดแคลนน้ำมันรุนแรงมาก เป็นเพราะในเวลา ปกติ ผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง ซื้อน้ำมันจาก ขบวนการ ลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อน จากประเทศมาเลเซีย วันละไม่ต่ำกว่า 10,000 ลิตร แต่ หลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลาง น้ำมันในประเทศมาเลเซียแพงขึ้น ปั๊มน้ำมันในมาเลเซีย จำหน่ายดีเซลที่ลิตรละ 30 บาท เท่ากับ หน้าปั๊มของประเทศไทย ทำให้การค้าน้ำมันเถื่อนหยุดชะงัก ทำให้เป็นการ ซ้ำเติม ความขาดแคลนของ จ.สงขลา มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ รถเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์กว่า 200 คัน ที่ต้องบรรทุกสินค้าไปยัง มาเลเซีย-สิงคโปร์ ที่ต้องใช้น้ำมันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อก่อนส่วนใหญ่ ใช้น้ำมันเถื่อน และ เติมน้ำมันในประเทศมาเลเซีย สว.ไชยยงค์ กล่าวท้ายสุด
นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา
