“อานนท์ แสนน่าน” นำปกป้องสถาบัน ยืนยันยุบและสลายหมู่บ้านเสื้อแดงไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ซัดพวกคิดจาบจ้วงเนรคุณแผ่นดิน

“อานนท์ แสนน่าน” นำปกป้องสถาบัน ยืนยันยุบและสลายหมู่บ้านเสื้อแดงไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ซัดพวกคิดจาบจ้วงเนรคุณแผ่นดิน

“อานนท์ แสนน่าน” นำปกป้องสถาบัน ยืนยันยุบและสลายหมู่บ้านเสื้อแดงไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ซัดพวกคิดจาบจ้วงเนรคุณแผ่นดิน

 


“ถ้าไม่มีพระมหากษัตริย์ไทย คงไม่มีแผ่นดินให้ คนรุ่นใหม่ได้มีที่ยืนในวันนี้คงเป็นทาสของต่างชาติ หรือไม่ก็จะไม่มีชาติให้ได้ภาคภูมิใจเหมือนเช่นทุกวันนี้ เพราะการที่พวกเรา “ยุบและสลายหมู่บ้านเสื้อแดง” เข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นเครือข่าย “รวมไทยสร้างชาติ เรารักประเทศไทย” ก็ต้องการที่จะทำงานด้วยจิตอาสาเพื่อชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์

เพราะที่ผ่านมาพวกเราเป็นคนเสื้อแดง และแยกออกมาเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ก็จะใช้สโลแกนที่ว่า “หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เพราะพวกเราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์


“อานนท์ แสนน่าน” อดีตแกนนำเสื้อแดงโต้ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงที่ออกมาประกาศจุดยืนนำพี่น้องอดีตคนหมู่บ้านเสื้อแดงร่วมปกป้องสถาบันกษัตริย์ ยันเทิดทูนมานานตั้งแต่บรรพบุรุษ เพราะหากไร้สถาบันกษัตริย์ก็ไม่มีแผ่นดินให้อยู่จนถึงวันนี้ ซัดพวกคิดจาบจ้วงเนรคุณแผ่นดิน


กลุ่มคนเสื้อแดงด้วยกันเองคงงุนงงไม่น้อย เมื่อเห็นอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย และผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านคนเสื้อแดงอย่างนายอานนท์ แสนน่าน ออกมาแถลงข่าวร่วมกับอดีตแกนนำคนเสื้อแดง เช่น นางนิตยา นาโล อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน นายสมชัย แสงทอง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ ป่าวประกาศจะนำพามวลสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดง ทั้ง 14 จังหวัดภาคเหนือ และ 20 จังหวัดภาคอีสาน รณรงค์ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์


เพราะไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่พากันจาบจ้วงให้ร้าย มุ่งล้มล้างสถาบัน ฝันไกลถึงขั้นจะหนุนคนบางกลุ่มที่หนุนการทำลายชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่เบื้องหลัง ขึ้นเป็นใหญ่ในระบอบสาธารณรัฐ โดยนัดชุมนุมใหญ่ 14 ตุลาคมนี้


อดีตคนเคยร่วมอุดมการณ์หลายคนตั้งข้อกังขากับท่าทีของนายอานนท์ครั้งนี้ว่า เพราะหวังในผลประโยชน์จากฟากรัฐบาลหรือไม่ โดยเฉพาะโครงการวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น เรารักประเทศไทย ที่กำลังพยายามขับเคลื่อนอยู่ นายอานนท์ถึงได้กล้าออกโรง ประกาศจุดยืนที่ตรงข้ามกับกลุ่มป่วนชาติล้างแผ่นดินที่เร่งเร้าสังคมอยู่ในขณะนี้


ประเด็นข้อสงสัยดังกล่าว ล่าสุดนายอานนท์ได้ออกมายืนยันว่า ความภักดีในสถาบันเบื้องสูงของตนและอดีตแกนนำเสื้อแดงหลายคนมีมานานนับแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ แม้ก่อนหน้านี้พวกตนจะเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย แต่ สโลแกนใช้ก็ไม่ละทิ้งการเทิดทูนสถาบัน ซึ่งใช้สโลแกนว่า “หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ใครก็ตามที่กล่าวหาว่าตน หวังผลประโยชน์ในงบประมาณแผ่นดินให้เลิกคิดได้เลย ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ทุกวันนี้ตนอาสาทำงานเพื่อพี่น้องเกษตรกรที่ด้อยโอกาส อย่างน้อยจะได้ลบล้างบางสิ่งที่พลาดพลั้งไปในอดีตได้บ้าง


“ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประโยคเหล่านี้เราได้ยินกันมาตั้งแต่จำความได้ อย่าพยายามเติมเชื้อเพลิงให้คนไทยต้องแตกแยกทางความคิด ไม่ว่าคุณจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่มีวันสำเร็จ แผ่นดินที่เราเกิดและเป็นไทยได้ทุกวันนี้ก็เพราะพระมหากษัตริย์ที่ท่านได้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย สิ่งที่เราควรตระหนักคือความจงรักภักดีต่อสถาบันและแผ่นดินเกิด” นายอานนท์กล่าว และบอกอีกว่า


คนอย่างตนไม่จำเป็นต้องถูกซื้อตัว ความจงรักภักดีมันอยู่ในสายเลือด ไม่จำเป็นต้องถูกป้อนกล้วยแล้วถึงจะขยับ อย่าเอาตัวตนของพวกคุณมาชี้วัดคุณค่าของความเป็นคนของผมและพี่น้องคนเสื้อแดงอีกจำนวนมากที่รักชาติและภักดีกับสถาบันกษัตริย์ และศาสนาที่พวกตนนับถือก็ช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้ทำแต่ความดี มีความกตัญญูไม่คิดล้างเผ่าพันธุ์บรรพบุรุษ


หลายเดือนที่ผ่านมายอมรับว่ารู้สึกรับไม่ได้กับพฤติกรรมของคนรุ่นลูกหลานที่อ้างแต่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวความคิดเปลี่ยนไป การกล้าแสดงออกเป็นสิ่งที่ดี แต่ความกล้าแสดงออกที่เห็นมันคือความก้าวร้าว เหมือนมีแต่ร่างที่ไร้จิตวิญญาณ เรื่องบางเรื่องเราก็ไม่ควรพูดจาพาดพิง ผู้ใหญ่หลายคนแสดงความกังวลก็ตักเตือนกันไปก็กลับถูกมองเป็นไดโนเสาร์ บ้างก็ถูกมองว่าเป็นสลิ่ม ทำไมต้องตราหน้าด้อยค่ากับกลุ่มคนที่เห็นต่างไปจากพวกของตัวเอง เป็นวิธีคิดที่อันตรายต่อความมั่นคง


หลายคนคงเคยได้ยินได้ฟัง ถึงการต่อสู้ในรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ของ “หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย” ที่มีการปักหมุดและขยับขยายจากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และกลายเป็นจังหวัด และขยับขยายไปครึ่งค่อนประเทศทั่วทุกภูมิภาค ที่ผ่านมาตนเดินสายควบคู่ไปกับการส่งเสริมอาชีพรับรู้และสัมผัสกับความจริง ที่บางครั้งคนธรรมดาอย่างเราๆ ก็ยังสามารถช่วยเหลือเพื่อนพ้องน้องพี่อะไรได้ ไม่มากก็น้อย


“การต่อสู้ที่ผ่านมา ผมไม่เคยเรียกร้องตำแหน่ง หรือสู้แล้วหวังร่ำรวย แล้วปิดตัวเองหนีหายไปไหน? ยังคงสนับสนุนอาชีพโดยเฉพาะการเพาะเห็ดที่ผมมีความรู้อยู่บ้างก็สามารถถ่ายทอดให้กับมวลชนได้มีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มจากการทำนาทำไร่ แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไปได้บ้างไม่มากก็น้อย” นายอานนท์กล่าว


เขาบอกอีกว่า จากสถานการณ์ตอนนี้ใครจะเชื่อ ! หรือไม่เชื่อ ! ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ! เพราะตนมองว่ามวลชนที่อยู่กับตนต้องมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องเสียน้ำตาให้กับอดีตที่ผ่านมา..เราทุกคนเหนื่อยและรู้สึกอ่อนล้าเมื่อต้องพูดถึงการต่อสู้หลายปีก่อนหน้านี้ บางชีวิตที่เหมือนตายทั้งเป็น! บางคนติดคุก บางคนลี้ภัยบางคนหลบหนีคดี ครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน ตนก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกกระทำ แต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร เพราะเส้นทางสายนี้ตัวเรากำหนดเอง ที่ผ่านมาถือว่าเป็นฝันร้าย


นายอานนท์กล่าวว่า หากการออกมาแสดงจุดยืนว่า “เรารักสถาบัน” แล้วมีบางคนบางกลุ่มพยายามนำไปตีความหมายกันไปต่างๆนานา ตนก็ไม่แคร์ พวกตนอดีตคนเสื้อแดงคือคนไทย การจะแสดงออกถึงความรักชาติ รักแผ่นดิน มันผิดแปลกตรงไหน ไม่ว่าคนชาติไหนก็รักชาติรักเผ่าพันธุ์ของตัวเองทั้งนั้น


น่าสมเพศมากสำหรับคนบางกลุ่มที่คิดคดแผ่นดินเกิด พยายามทำลายชาติกำเนิดตัวเอง อกตัญญูแผ่นดินที่พ่อแม่ปู่ย่าตัวเองอาศัยทำมาหากินจนก่อร่างสร้างตัวให้มีที่ยืนในสังคม พวกตนยอมที่จะเป็น “กลุ่มคนเสื้อแดงรักษาพระองค์” ยังดีกว่ากลุ่มคนที่คิดร้ายมุ่งล้มล้างสถาบัน…!!