สส.เพื่อไทยประจวบฯจี้กรมอุทยานฯเยียวยาขาวบ้านถูกช้างป่ากุยบุรีกระทืบดับ

สส.เพื่อไทยประจวบฯจี้กรมอุทยานฯเยียวยาขาวบ้านถูกช้างป่ากุยบุรีกระทืบดับ

สส.เพื่อไทยประจวบฯจี้กรมอุทยานฯเยียวยาขาวบ้านถูกช้างป่ากุยบุรีกระทืบดับ

 

 

จากกรณีพบศพนายอนุวัฒน์ แสงเดือน อายุ 43 ปี อาชีพทำไร่ อยู่บ้านเลขที่ 199 หมู่ 7 บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริเวณไร่สับปะรด ด้านหน้าโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใกล้แนวเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่ผ่านมา โดยมีร่องรอยบาดแผลที่ใบหน้าและศรีษะหลังจากถูกป่าช้างเหยียบเสียชีวิตขณะเฝ้าไร่สับปะรดในช่วงกลางคืน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์

ความคืบหน้า วันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคเพื่อไทย จ.อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ.) ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ปัญหาช้างป่าทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตเป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐควรให้ความสนใจ ขณะที่ก่อนหน้านี้ช้างป่าได้บุกเข้าทำลายพืชไร่ของชาวบ้านรอบเขตอุทยานฯอย่างต่อเนื่อง แต่มาตรการแก้ปัญหาของหน่วยงานรัฐทั้งระยะสั้น ระยะยาว ไม่ประสบผลสำเร็จ อาจทำให้มีปัญหาลุกลามบานปลายมีความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเกิดขึ้นอีกเหมือนในอดีต เนื่องจากชาวบ้านต้องไปเฝ้าพืชไร่โดยเฉพาะสับปะรดส่งโรงงานที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัม (กก.) ละ 10 บาท และอาจจะมีการเผชิญหน้ากับช้างป่าได้ตลอดเวลา

“ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 นายสุพล จามจุรี วัย 57 ปี ชาวบ้านรวมไทยต้องอดหลับอดนอนเฝ้าระวังช้างป่าทุกคืน พักผ่อนไม่เพียงพอทำให้วูบเสียชีวิตในไร่สับปะรด ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องมีการเยียวยาให้กับญาติผู้เสียชีวิตโดยเร่งด่วน และไม่ควรปล่อยให้มีปัญหาแบบเดิมซ้ำซาก สำหรับแนวทางการสร้างรั้วกึ่งถาวรเพื่อป้องกันและแยกช้างป่าออกจากที่ทำกิน ชาวบ้าน ต.หาดขาม มั่นใจว่าวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้ดีที่สุด ชาวบ้านเคยร้องขอให้ส่วนราชการดำเนินการนานหลายปีแต่ไม่มีความคืบหน้า” นายวิชิต กล่าวและว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนของอุทยานฯ มีไม่เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากบางคืนช้างป่าออกหากินพร้อมกันหลายจุดเป็นบริเวณกว้าง

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สส.เขต 2 พรรคเพื่อไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่หลายครั้ง พร้อมยื่นกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีช้างป่ากุยบุรีว่ามีแนวทางในการเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนอย่างไร นอกจากนี้ได้ลงนามในหนังสือเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชน เพื่อขอให้มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ แม้ว่าที่ผ่านมาบางหน่วยงานยกให้อุทยานแห่งชาติกุยบุรีเป็นพื้นที่ตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง และล่าสุดเมื่อมีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็ควรเร่งรัดเยียวยาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหาย

นายรักพงษ์ บุญย่อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า ขณะนี้มีช้างป่าในพื้นที่อุทยานฯมากกว่า 300 ตัวส่วนใหญ่จะออกหากินในพื้นที่ป่าธรรมชาติ แต่ที่ผ่านมามีช้างป่าประมาณ 50 ตัว ออกเดินหากินในพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่บ้านรวมไทย และบ้านย่านซื่อ ขณะนี้อุทยานฯ ภาคประชาชน ได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง

นายนิพล ทองเก่า หัวหน้าศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781