สงขลา-ด่านควนมีดสกัดจับ 3 หนุ่มจีนสวมพาสปอร์ตอินโดฯ-เมียนมา มุ่งหน้าชายแดนสุไหงโก-ลก เร่งขยายผลหาผู้บงการ

5F005ข่าวด่วน_ สงขลาสกัดจับชาวจีน_fp

สงขลา-ด่านควนมีดสกัดจับ 3 หนุ่มจีนสวมพาสปอร์ตอินโดฯ-เมียนมา มุ่งหน้าชายแดนสุไหงโก-ลก เร่งขยายผลหาผู้บงการ

 

ตำรวจ สภ.ควนมีด สกัดจับชายชาวจีน 3 ราย ขณะโดยสารรถทัวร์สายกรุงเทพฯ–สุไหงโก-ลก–บูเก๊ะตา มุ่งหน้าสู่พื้นที่ชายแดนใต้ หลังตรวจพบใช้หนังสือเดินทางของบุคคลอื่น โดยมีทั้งพาสปอร์ตอินโดนีเซีย 2 เล่ม และเมียนมา 1 เล่ม เจ้าตัวรับสารภาพเดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จ.สระแก้ว ก่อนมีบุคคลชื่อ “Anand Kumar” จัดหาพาสปอร์ตและตั๋วโดยสารให้ ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลตรวจสอบความเชื่อมโยงเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งมีข้อมูลต้องสงสัยว่าอาจกำลังเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการจากกัมพูชา เพื่อเข้ามาตั้งฐานใหม่บริเวณแนวชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.สกนธ์ อนนท์รัตน์ ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิสฤษฎิ์ มณีโชติ ผกก.สภ.ควนมีด และ พ.ต.ท.สุทธิชัย อนันทบริพงค์ รอง ผกก.ป.สภ.ควนมีด นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการด่านตรวจถาวรบ้านควนมีด โดยมี ร.ต.ต.เกื้อกูล แก้วชนะ รอง สว.(ป.) สภ.ควนมีด ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุด ร่วมกันจับกุมชายชาวจีน 3 ราย

 

ประกอบด้วย
นายถาง โต้ ฉง อายุ 37 ปี นายหวาง หง เทา อายุ 30 ปี
นายหลี่ เมิง หลง อายุ 31 ปี จับกุมได้ที่ด่านตรวจถาวรบ้านควนมีด หมู่ 5 ต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา พร้อมตรวจยึดหนังสือเดินทางต่างประเทศจำนวน 3 เล่ม เป็นหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซีย 2 เล่ม และประเทศเมียนมา 1 เล่ม ซึ่งทั้งหมดเป็นเอกสารที่ระบุชื่อบุคคลอื่น นอกจากนี้ยังตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง และตั๋วโดยสารบริษัท ขนส่ง จำกัด จำนวน 3 ใบ เส้นทางกรุงเทพฯ–สุไหงโก-ลก–บูเก๊ะตา ปลายทางจุดจอด อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการด่านตรวจถาวรบ้านควนมีดได้ตั้งจุดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 05.45 น. วันเดียวกัน มีรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ–สุไหงโก-ลก–บูเก๊ะตา หมายเลขทะเบียน 16-9178 กรุงเทพมหานคร เดินทางมุ่งหน้าสู่พื้นที่ชายแดนใต้ เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจสอบและขอตรวจค้น โดยได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบจนเป็นที่พอใจ ก่อนตรวจสอบผู้โดยสารภายในรถอย่างละเอียด

 

พบชายชาวจีนทั้ง 3 ราย นั่งอยู่บนรถโดยสาร ได้แก่ นายถาง โต้ ฉง นั่งที่นั่งหมายเลข 6C นายหวาง หง เทา นั่งที่นั่งหมายเลข B5 และนายหลี่ เมิง หลง นั่งที่นั่งหมายเลข D7
เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่า นายถาง โต้ ฉง แสดงหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซีย เลขที่ X8113645 ระบุชื่อ Mr. BIMA SAMOEDRA ส่วนนายหวาง หง เทา แสดงหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซีย เลขที่ X8317897 ระบุชื่อ Mr. FARLAN MANAYO และนายหลี่ เมิง หลง แสดงหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา เลขที่ MF346245 ระบุชื่อ Mr. AUNG HLAING TUN
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าใบหน้าของบุคคลทั้ง 3 ราย ไม่ตรงกับภาพถ่ายในหนังสือเดินทาง จึงเชิญตัวลงจากรถเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมผ่านระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) ผลปรากฏว่าใบหน้าของทั้งสามคนไม่ตรงกับภาพถ่ายในหนังสือเดินทางจริง จึงเชื่อว่ามีการนำหนังสือเดินทางของบุคคลอื่นมาใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่
รับเดินทางจากกัมพูชา มีคนจัดหาพาสปอร์ตให้

 

จากการสอบถามผ่านล่ามแปล น.ส.ศิริวรรณ ทองเสน ผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 รายยอมรับว่าเป็นบุคคลสัญชาติจีน และหนังสือเดินทางที่นำมาแสดงไม่ใช่ของตนเอง
โดยนายถาง โต้ ฉง ให้การว่า เดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยมีบุคคลชื่อ Anand Kumar ติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน WeChat ก่อนจัดให้มีคนไทยขับรถกระบะมารับและพาเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร พักอยู่เป็นเวลา 2 คืน
ต่อมาบุคคลชื่อ Anand Kumar ได้นำหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซียและตั๋วโดยสารรถทัวร์มาให้ เพื่อเดินทางลงไปพบเพื่อนที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยผู้ต้องหารับว่า หนังสือเดินทางดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง แต่รับมาไว้ใช้ตบตาเจ้าหน้าที่ระหว่างการเดินทาง เพื่อให้รอดพ้นจากการตรวจสอบและจับกุม
ขณะที่นายหวาง หง เทา ให้การในลักษณะเดียวกันว่า เดินทางเข้าประเทศไทยจากกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติใน จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ก่อนมีคนไทยมารับไปพักที่กรุงเทพมหานครเป็นเวลา 2 คืน โดยมีบุคคลชื่อ Anand Kumar เป็นผู้จัดหาหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซียและตั๋วโดยสารให้ เพื่อใช้เดินทางลงมายังพื้นที่ชายแดนใต้
เร่งขยายผลสงสัยเครือข่ายสแกมเมอร์ย้ายฐานปฏิบัติการ

 

จากพฤติการณ์การเดินทางของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ซึ่งเดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ มีบุคคลคอยจัดหารถรับส่ง ที่พัก หนังสือเดินทางของบุคคลอื่น และตั๋วโดยสารให้ ก่อนส่งตัวเดินทางลงสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ที่อาจมีการเคลื่อนย้ายบุคลากรและฐานปฏิบัติการออกจากประเทศกัมพูชา เพื่อเตรียมเข้ามาตั้งฐานใหม่ในพื้นที่แนวชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผล ยังไม่ถือเป็นข้อยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์โดยตรง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในความผิดฐาน
ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/11
เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 81
โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้รับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนมีด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ เส้นทางการเดินทาง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบุคคลชื่อ Anand Kumar รวมถึงตรวจสอบเบื้องหลังการเดินทางลงสู่พื้นที่ชายแดนใต้ ว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติหรือแก๊งสแกมเมอร์ที่กำลังเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการหรือไม่

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

You may have missed