หลักสูตรการประสานงานข่าวกับผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (ปขบ. รุ่นที่ ๑๐) ศึกษาดูงานพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
หลักสูตรการประสานงานข่าวกับผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (ปขบ. รุ่นที่ ๑๐) ศึกษาดูงานพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการประสานงานข่าวกับผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (ปขบ. รุ่นที่ ๑๐) จำนวน ๔๐ ท่าน เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานและกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พันเอก พัฒนา พันธุ์มงคล รองผู้บัญชาการโรงเรียนข่าวทหารบก ร่วมกิจกรรมและกำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมฯ

เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๑.๓๐ น. คณะผู้เข้ารับการอบรมได้ศึกษาดูงานและติดตามสถานการณ์เครือข่ายสแกมเมอร์และขบวนการคอลเซ็นเตอร์ บริเวณพื้นที่โอสเม็ด ฝั่งตรงข้ามด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม เพื่อรับทราบสถานการณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

เวลา ๑๑.๓๐ – ๑๒.๓๐ น. คณะฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ ช่วยเหลือสังคม (CSR) จุดที่ ๑ ณ ฐานกลางกองกำลังสุรนารี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยร่วมพบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจทหารพื้นที่ชายแดน ในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ

เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๕.๓๐ น. คณะ ปขบ.ฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) จุดที่ ๒ ณ โรงเรียนเพียงหลวง ๘ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตำบลงากบ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะผู้แทนหลักสูตร เป็นผู้แทนมอบสิ่งของบริจาค อุปกรณ์การศึกษา และสิ่งของจำเป็น เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนในพื้นที่ชายแดน โดยมี นายชาติชาย ล้อมวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเพียงหลวง ๘ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ให้การต้อนรับ รับมอบสิ่งของบริจาค และนำคณะเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงเรียน

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการประสานงานข่าวและสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน ส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาและการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ชายแดน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
