ไฟใต้ลุกลาม และรุนแรง สว.ไชยยงค์ ชี้ทางออกคือ เปลี่ยน แม่ทัพ และ เลขาธิการ สมช. เพราะนโยบาย”ดับไฟใต้ล้มเหลว”
ไฟใต้ลุกลาม และรุนแรง สว.ไชยยงค์ ชี้ทางออกคือ เปลี่ยน แม่ทัพ และ เลขาธิการ สมช. เพราะนโยบาย”ดับไฟใต้ล้มเหลว”

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองกำลังติดอาวุธขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น ก่อเหตุถี่ๆ และลุกลามทั้ง 3 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ปัตตานี มีความรุนแรงมากขึ้น มีการก่อเหตุวันละ 4-5 เหตุการณ์ต่อวันเช่น ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.มีเหตุการณ์คนร้าย พร้อมอาวุธสงคราม ปิดถนนสายยะลา-เบตง ปล้นรถบรรทุก และวางเพลิงเผารถบรรทุกพร้อมสินค้าของบริษัทเอกชน มีการวางระเบิดหน้า ปอเนาะ ใน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ทำให้ประชนชนบาดเจ็บ 4 ราย รถยนต์เสียหาย 1 คัน และมีเหตุยิง อาสารักษาดินแดนเสียชีวิตที่หน้าโรงเรียน อ.ยะรัง เสียชีวิต

ขณะที่มาส่งลูกไปโรงเรียน มีความสูญเสียของ ทหาร ตำรวจ และ อาสารักษาดินแดน จากระเบิดแสวงเครื่อง และการซุ่มโจมตี และการใช้ สไนเปอร์ เพื่อซุ่มยิง มีการปฏิบัติการในการทำลายเศรษฐกิจการลงทุนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่นวางระเบิด วางเพลิง โรงไฟฟ้าชีวะมวล โรงไฟฟ้าโซล่าเซลล์ เครื่องจักรกล บริษัทรับเหมาก่อสร้าง มีการแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่ ตั้งด่าน บนถนนสายหลัก สายเศรษฐกิจ ยะลา-เบตง เผารถบรรทุกสินค้า โดย เจ้าหน้าที่ ซึ่งมี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้รับผิดชอบ ไม่สามารถ รับมือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนายไชยยงค์ฯ กล่าวว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความล้มเหลว 4 ด้านด้วยกัน 1. ล้มเหลวในงานการข่าว 2. ล้มเหลวในงานมวลชน 3. ล้มเหลวในการป้องกันเหตุ และ 4. ล้มเหลวในปฏิบัติการเชิงรุก ปล่อยให้ บีอาร์เอ็น ปฏิบัติการก่อการร้ายอย่างเสรี

โดยเฉพาะบนถนนสายหลัก ที่ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการในเวลากลางคืน กอ.รมน.ไม่มีความสามารถในการ คุ้มครองความปลอดภัยของผู้ประกอบการขนส่ง ผู้เข้ามาลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ในพื้นที่ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2568 – มิถุนายน 2569 มีเหตุร้ายรายวันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ กอ.รมน. ไม่สามารถป้องกันเหตุได้แม้แต่เหตุเดียว มีการใช้ เฮลิคอปเตอร์ ปฏิบัติการทางอากาศ ด้วยการทิ้งระเบิด และ กราดยิง ในพื้นที่ป่าเขา แต่ไม่สามารถทำความเสียหายให้กับ บีอาร์เอ็นแต่อย่างใด การซีลแนวชายแดน จ,นราธิวาส ไม่ได้ผล เพราะ บีอาร์เอ็น ยังเดินทาง เข้า-ออก และ ขนระเบิดข้ามจากฝั่งมาเลเซีย เข้ามาปฏิบัติการ ในพื้นที่ และหลังปฏิบัติการ ก็ข้ามกลับไปยัง มาเลเซีย ได้อย่างสะดวกแม่ทัพภาคที่ 4 มีการแก้ปัญหา ด้วยการสับเปลี่ยน โยกย้าย

นายทหารระดับ พลตรี และพันเอก จากกองทัพภาคที่ 1 และ ที่ 2 เข้ามาเพื่อรับผิดชอบในการรับมือกับ บีอาร์เอ็น แต่ไม่มีความสำเร็จ ที่สำคัญ บีอาร์เอ็น มีการปฏิบัติการต่อ ข้าราชการฝ่ายปกครอง และฝ่ายการเมือง ที่มีการเชิญให้เป็นประธานในการเปิดงานต่างๆ โดยมีการวางระเบิดแสวงเครื่อง และซุ่มโจมตี และ ซุ่มยิงด้วยสไนเปอร์ เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รัฐมนตรี และ ตัวแทน เป็นการทำทำลายนโยบายที่ กอ.รมน.ต้องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยไม่ให้เกิดขึ้น และทำให้ข้าราชการระดับผู้นำหน่วย และ นักการเมือง ไม่กล้าลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน

แม้ รัฐบาล จะมีการตั้งคณะพูดคุยสันติสุข เพื่อพูดคุยกับ บีอาร์เอ็น โดยขอให้ บีอาร์เอ็น หยุดการใช้ความรุนแรงก่อนเข้าสู่ขบวนการพูดคุยในต้นเดือน กรกฎาคม แต่บีอาร์เอ็นไม่ตอบรับในการลดความรุนแรง และคณะผู้แทนพิเศษที่รัฐบาลแต่งตั้งโดยมีนายสีหะศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกและ รมว.ต่างประเทศ ก็ไม่มีผลในการทำให้ สถานการณ์ดีขึ้น รวมทั้งการที่ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของไฟใต้ลดความรุนแรงลง
จึงขอเสนอให้ นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่เพิ่มความถี่ของการก่อเหตุ และลุกลามทั้ง สามจังหวัด และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยการเปลี่ยนแม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน,ภาค 4 และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ไม่มีความสามารถแก้ปัญหาความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ ลดความรุนแรง ความสูญเสียที่เกิดขึ้น
นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา
