สว.ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภาเสนอ”ระเบียบข้อกำหนดการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ 12 ชั่วโมง” ฉบับใหม่
สว.ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภาเสนอ”ระเบียบข้อกำหนดการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ 12 ชั่วโมง” ฉบับใหม่

17 มีนาคม2569 ที่ประชุมวุฒิสภา สว.ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ (สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร) ได้เสนอปัญหา ปรึกษาหารือ ต่อที่ประชุม ถึง “ระเบียบข้อกำหนดการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ 12 ชั่วโมง” ฉบับใหม่นี้ที่เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11มีนาคม2569 จนนำมาซึ่งข้อถกเถียง และการออกมาเรียกร้องของพยาบาลวิชาชีพในหลายๆ แห่ง เช่น จ.เชียงราย โดยมีการกล่าวถึงประเด็นสำคัญถึงที่มาและความสำคัญของปัญหา
ที่เกิดจาก กรณีการเสียชีวิตของพยาบาลวิชาชีพในจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีสาเหตุมาจากการทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานานและขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ

ปัญหาหลักที่เป็นรากเหง้าคือ “การขาดแคลนบุคลากรพยาบาล” อย่างหนักในระบบสาธารณสุขไทย
นอกจากนี้ยังได้พูดถึงประเด็นวิพากษ์ระเบียบการทำงานใหม่ จากเดิม เวรเช้า(8.00-16.00) บ่าย (16.00-24.00)ดึก (24.00-8.00น) ยังพอบริหารจัดการเวลา ชีวิตครอบครัวได้ รับส่งโรงเรียนลูกได้ แต่
การเปลี่ยนรูปแบบเวร: ระเบียบใหม่กำหนดให้พยาบาลทำงาน 12 ชั่วโมง (เวรDay 08:00 – 20:00 น. และเวร Night20:00 – 08:00 น. ของอีกวัน)

ด้วยภาระงานของพยาบาลวิชาชีพ ในทางปฏิบัติ: แม้จะกำหนดไว้ 12 ชั่วโมง แต่ในความเป็นจริงพยาบาลต้องใช้เวลา “รับ-ส่งเวร” เพิ่มเติม ทำให้ต้องมาก่อนเวลาและกลับหลังเวลา (รวมแล้วอาจสูงถึง 14-15 ชั่วโมงต่อกะ)
ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต: เวลาพักผ่อนที่ลดน้อยลงส่งผลเสียต่อสุขภาพ และกระทบต่อการดูแลครอบครัว โดยเฉพาะพยาบาลที่เป็น “แม่เลี้ยงเดี่ยว” ซึ่งจะไม่สามารถบริหารจัดการเวลาดูแลลูกได้เลย

ท้ายสุด ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ ได้เสนอขอให้สภาการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข ผู้ออกระเบียบนี้ได้ทบทวนระเบียบข้อกำหนดการทำงาน12 ชม. อีกครั้งโดยให้มีความยืดหยุ่น และเสนอแนะต่อสภาการพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุขให้มีการทบทวนและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด กับการขาดแคลนพยาบาล ดังนี้
1.ค่าตอบแทน: เรียกร้องให้พิจารณาค่าล่วงเวลา (OT) และค่าวิชาชีพให้เหมาะสมกับภาระงานจริงที่หนักขึ้น
2.สวัสดิการและความก้าวหน้าในวิชาชีพ ปรับปรุงระบบสวัสดิการพยาบาล
3.ส่งเสริมโอกาสและความก้าวหน้าในวิชาชีพ ระบบการเลื่อนตำแหน่ง การขึ้นสู่ตำแหน่งให้ชัดเจน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนยังอยู่ในวิชาชีพ
4. ระบบการทำงานที่ต้องพัฒนาปรับปรุง มองเห็นความเป็นมนุษย์ เน้นย้ำว่า “พยาบาลไม่ใช่หุ่นยนต์” การฝืนทำงานในสภาวะที่ร่างกายไม่ไหว ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อตัวพยาบาลเอง แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยด้วย
ซึ่งการแก้ปัญหาที่ตรงจุด จะช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ และมีกำลังคนเข้าสู่วิชาชีพเพิ่มขึ้น
