สงขลา-3 ม็อบบุก ครม.สัญจร กดดันรัฐบาล “อนุทิน” ชู 3 ปมร้อนใต้ จี้แก้ปัญหากุ้ง-เปิดทางชุมชนกำหนดอนาคตจะนะ-ยกเลิกแลนด์บริดจ์

IMG_8982_0

สงขลา-3 ม็อบบุก ครม.สัญจร กดดันรัฐบาล “อนุทิน” ชู 3 ปมร้อนใต้ จี้แก้ปัญหากุ้ง-เปิดทางชุมชนกำหนดอนาคตจะนะ-ยกเลิกแลนด์บริดจ์

วันนี้ (1 ก.ย. 2569) บรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาคประชาชนตั้งแต่ก่อนเริ่มการประชุม เมื่อเครือข่ายประชาชน 3 กลุ่มใหญ่รวมตัวยื่นหนังสือถึงรัฐบาล เพื่อสะท้อนปัญหาปากท้องและข้อกังวลต่อการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตัดสินใจแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

 
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้แทนรัฐบาลรับหนังสือด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่าจะนำข้อเสนอทั้งหมดเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

 
เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยพัฒนาเพื่อความยั่งยืน นำโดยนายปรีชา สุขเกษม ยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจากับประเทศมาเลเซีย หลังระงับการนำเข้ากุ้งไทยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้ราคากุ้งในประเทศลดลง 40-80 บาทต่อกิโลกรัม กระทบผู้เลี้ยงกุ้ง ผู้ประกอบการ และแรงงานในอุตสาหกรรมจำนวนมาก พร้อมระบุว่าปัญหามีต้นเหตุมาจากมาตรการตรวจสอบปลากะพงที่ล่าช้า จนกระทบการค้าระหว่างสองประเทศ และขอให้รัฐบาลเร่งปลดล็อกการส่งออกกุ้งไทยภายใน 15 วัน เพื่อให้การค้ากลับสู่ภาวะปกติ โดยย้ำว่า “กุ้งไทยไม่ควรถูกมองเป็นกุ้งเถื่อน”

 
ขณะที่กลุ่มชุมชนจะนะต้นแบบ ยื่นข้อเสนอสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอจะนะ แต่ยืนยันว่าการพัฒนาจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง พร้อมเสนอข้อเรียกร้อง 5 ประการ ได้แก่ การให้ชุมชนถือสิทธิในใบอนุญาตโรงไฟฟ้าขนาด 1,100 เมกะวัตต์ การกำหนดสัดส่วนการจ้างแรงงานในพื้นที่ การจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมที่มีตัวแทนชุมชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง การจัดสรรรายได้ภาษีคืนสู่ท้องถิ่น และการเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม CSR ของภาคเอกชน พร้อมประกาศจุดยืนว่า หากรัฐบาลไม่รับข้อเสนอและยังเดินหน้าโครงการโดยไม่รับฟังเสียงประชาชน ก็พร้อมคัดค้านโครงการอย่างเต็มที่

 
ขณะเดียวกันเครือข่ายปกป้องแผ่นดินชุมพร-ระนอง ยื่นหนังสือเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรียกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง และถอนร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) โดยอ้างผลการศึกษาของคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ที่ระบุว่า โครงการยังมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง และไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าก่อนหน้านี้ภาครัฐและกระทรวงคมนาคมได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับภาคประชาชนว่าจะชะลอโครงการ และร่วมจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม

 
ภายหลังรับหนังสือ นายพิพัฒน์ยืนยันว่า รัฐบาลรับฟังข้อเสนอของทุกเครือข่าย และจะนำข้อเรียกร้องทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและสร้างความชัดเจนต่อการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ในระยะต่อไป.

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

You may have missed