การเมือง ข่าวประชาสัมพันธ์ กมธ.แรงงานลุยลำพูน เร่งปั้นกฎหมายจ้างงานผู้สูงอายุ ชี้วัย 55-65 ปี ยังทำงานได้อีก 7-8 ล้านคน admin1 20/08/2026 Screenshot กมธ.แรงงานลุยลำพูน เร่งปั้นกฎหมายจ้างงานผู้สูงอายุ ชี้วัย 55-65 ปี ยังทำงานได้อีก 7-8 ล้านคน ดร.นิรุตติ กล่าวว่า การเดินทางมาลงพื้นที่จังหวัดลำพูนครั้งนี้ ในฐานะคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ตรวจสอบ ศึกษา และเสนอแนวทางเกี่ยวกับด้านแรงงาน เพื่อให้การดำเนินงานของภาครัฐสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี โดยเฉพาะแรงงานทั่วประเทศที่จะต้องได้รับความเป็นธรรม ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา กำลังศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างแรงงานผู้สูงอายุ รวมถึงแรงงานที่เกษียณอายุราชการ หรือแรงงานที่ต้องเกษียณเมื่อมีอายุครบ 55 ปี โดยเฉพาะจังหวัดลำพูนซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรม ถือเป็นพื้นที่สำคัญด้านเศรษฐกิจของภาคเหนือ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ได้เพิ่มคณะทำงานขึ้นมาอีก 2 คณะ ได้แก่ คณะทำงานดูแลเรื่องการจ้างงานผู้สูงอายุ และคณะทำงานดูแลด้านกฎหมาย เพื่อรวบรวมข้อมูลและยกร่างกฎหมายเสนอต่อรัฐบาล ให้สอดคล้องกับการจ้างงานของผู้สูงอายุและแรงงานหลังเกษียณ ดร.นิรุตติ กล่าวว่า ปัญหาผู้สูงอายุไม่มีงานทำถือเป็นปัญหาสำคัญของหลายประเทศทั่วโลก เพราะเมื่อไม่มีงานทำก็อาจกลายเป็นภาระของสังคม ขณะเดียวกัน หลังเกษียณอายุแล้ว หลายคนยังมีภาระต้องผ่อนบ้าน เลี้ยงดูบุตร และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ทั้งที่คนกลุ่มนี้จำนวนมากยังมีศักยภาพและสามารถทำงานได้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ประเทศไทยมีผู้ที่มีอายุระหว่าง 55-65 ปี ประมาณ 7-8 ล้านคนที่ตกงาน ทั้งที่คนกลุ่มนี้ยังสามารถทำงานได้ หากมีการส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเหมาะสม “หลายคนมองว่าผู้สูงอายุหรือคนแก่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เกรงว่าจะมีปัญหาในการทำงาน แต่หากเราคิดและสามารถทำให้คนเหล่านี้ทำงานได้จริง ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้กับภาครัฐได้อีกส่วนหนึ่ง โดยสำนักงานจัดหางานและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะต้องเข้ามาดูแลในส่วนนี้ด้วย” ดร.นิรุตติ กล่าวต่อว่า แนวทางสำคัญคือการทำให้ผู้สูงอายุหรือแรงงานหลังเกษียณมีงานทำ เนื่องจากปัจจุบันแรงงานในประเทศไทยประมาณ 40 ล้านคน ต้องทำงานและเสียภาษีเพื่อดูแลคนที่ไม่มีงานทำประมาณ 26 ล้านคน และในอนาคตจำนวนคนตกงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างภาระให้กับสังคมมากขึ้น ดังนั้น หากสามารถทำให้ผู้สูงอายุหรือแรงงานหลังเกษียณมีงานทำ ก็จะช่วยลดภาระของสังคม และทำให้คนกลุ่มนี้ยังสามารถสร้างรายได้และดูแลตนเองและครอบครัวได้ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา จึงเดินหน้ารวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเสนอภาครัฐพิจารณาออกกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุและผู้เกษียณอายุ ให้มีโอกาสทำงานอย่างเหมาะสม และช่วยลดภาระของสังคมในระยะยาว Post navigation Previous: “นิรุตติ” นำทีม กมธ.แรงงาน วุฒิสภา ลงพื้นที่เชียงใหม่ ศึกษาปัญหาแรงงาน-พัฒนาฝีมือแรงงานNext: ฉะเชิงเทรา-“สส.เปื้ล” ฐิติมา ฉายแสง นำคณะ กมธ.อว. เปิดเวที Future Skills Challenge 2026 ปั้นเยาวชนแปดริ้วสู่โลก AI ระดมไอเดียใช้เทคโนโลยีสร้างอนาคต More Stories ข่าวประชาสัมพันธ์ ชลบุรี-กปภ.สาขาศรีราชา เดินหน้ายกระดับองค์กร มุ่งสู่หน่วยงานสมรรถนะสูง เพื่อบริการประชาชนให้ดียิ่งขึ้น admin1 09/10/2026 การเมือง โฆษก กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ห่วงความปลอดภัยของ ฝ่ายปกครอง จากการเปลี่ยนผ่าน นโยบาย ดับไฟใต้ เมื่อ บีอาร์เอ็น หัน ปากกระบอกปืน จาก ทหาร มาเป็น ฝ่ายปกครอง มีแผนป้องกัน อย่างไร @thainews 30/09/2026 ข่าวประชาสัมพันธ์ พิธีรับ-ส่งหน้าที่คณะกรรมการบริหารชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพบก ปีบริหาร 2569-2570 admin1 24/09/2026
ดร.นิรุตติ กล่าวว่า การเดินทางมาลงพื้นที่จังหวัดลำพูนครั้งนี้ ในฐานะคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ตรวจสอบ ศึกษา และเสนอแนวทางเกี่ยวกับด้านแรงงาน เพื่อให้การดำเนินงานของภาครัฐสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี โดยเฉพาะแรงงานทั่วประเทศที่จะต้องได้รับความเป็นธรรม ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา กำลังศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างแรงงานผู้สูงอายุ รวมถึงแรงงานที่เกษียณอายุราชการ หรือแรงงานที่ต้องเกษียณเมื่อมีอายุครบ 55 ปี โดยเฉพาะจังหวัดลำพูนซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรม ถือเป็นพื้นที่สำคัญด้านเศรษฐกิจของภาคเหนือ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ได้เพิ่มคณะทำงานขึ้นมาอีก 2 คณะ ได้แก่ คณะทำงานดูแลเรื่องการจ้างงานผู้สูงอายุ และคณะทำงานดูแลด้านกฎหมาย เพื่อรวบรวมข้อมูลและยกร่างกฎหมายเสนอต่อรัฐบาล ให้สอดคล้องกับการจ้างงานของผู้สูงอายุและแรงงานหลังเกษียณ ดร.นิรุตติ กล่าวว่า ปัญหาผู้สูงอายุไม่มีงานทำถือเป็นปัญหาสำคัญของหลายประเทศทั่วโลก เพราะเมื่อไม่มีงานทำก็อาจกลายเป็นภาระของสังคม ขณะเดียวกัน หลังเกษียณอายุแล้ว หลายคนยังมีภาระต้องผ่อนบ้าน เลี้ยงดูบุตร และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ทั้งที่คนกลุ่มนี้จำนวนมากยังมีศักยภาพและสามารถทำงานได้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ประเทศไทยมีผู้ที่มีอายุระหว่าง 55-65 ปี ประมาณ 7-8 ล้านคนที่ตกงาน ทั้งที่คนกลุ่มนี้ยังสามารถทำงานได้ หากมีการส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเหมาะสม “หลายคนมองว่าผู้สูงอายุหรือคนแก่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เกรงว่าจะมีปัญหาในการทำงาน แต่หากเราคิดและสามารถทำให้คนเหล่านี้ทำงานได้จริง ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้กับภาครัฐได้อีกส่วนหนึ่ง โดยสำนักงานจัดหางานและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะต้องเข้ามาดูแลในส่วนนี้ด้วย” ดร.นิรุตติ กล่าวต่อว่า แนวทางสำคัญคือการทำให้ผู้สูงอายุหรือแรงงานหลังเกษียณมีงานทำ เนื่องจากปัจจุบันแรงงานในประเทศไทยประมาณ 40 ล้านคน ต้องทำงานและเสียภาษีเพื่อดูแลคนที่ไม่มีงานทำประมาณ 26 ล้านคน และในอนาคตจำนวนคนตกงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างภาระให้กับสังคมมากขึ้น ดังนั้น หากสามารถทำให้ผู้สูงอายุหรือแรงงานหลังเกษียณมีงานทำ ก็จะช่วยลดภาระของสังคม และทำให้คนกลุ่มนี้ยังสามารถสร้างรายได้และดูแลตนเองและครอบครัวได้ คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา จึงเดินหน้ารวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเสนอภาครัฐพิจารณาออกกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุและผู้เกษียณอายุ ให้มีโอกาสทำงานอย่างเหมาะสม และช่วยลดภาระของสังคมในระยะยาว