บัณฑิตอาสาฯ ในพื้นที่ 5 จชต.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 พร้อมสำรวจกลุ่มเสี่ยง

บัณฑิตอาสาฯ ในพื้นที่ 5 จชต.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 พร้อมสำรวจกลุ่มเสี่ยง

บัณฑิตอาสาฯ ในพื้นที่ 5 จชต.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 พร้อมสำรวจกลุ่มเสี่ยง

 


จากข้อสั่งการของ พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ในการประชุมหารือขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการและแก้ปัญหาผลกระทบโรคโควิด-19 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 63 ผ่านมา โดยได้สั่งการให้กองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งดูแลและกำกับการทำงานของกลุ่มบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิจำนวนกว่า 2 พันคน ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ประสานไปยังกลุ่มบัณฑิตอาสาฯแต่ละพื้นที่ให้สำรวจประชาชนในพื้นที่ของตนเองว่ามีบุคคลใดเดินทางมาจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมนฑล หรือประเทศที่มีความเสี่ยงบ้าง เพื่อที่จะบันทึกเป็นข้อมูล และชี้แจงถึงแนวทางในการดูแลตนเองด้วยการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อของโรคโควิด-19 ให้กับผู้อื่นในหมู่บ้าน โดยมี นายอำนวย ศรีระแก้ว ผู้อำนวยการกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้ดำเนินการประสานไปยังประธานของกลุ่มบัณฑิตอาสาฯในแต่ละอำเภอเพื่อลงพื้นที่ดังกล่าว

และในการนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 จนถึงวันนี้ บัณฑิตอาสาฯในพื้นที่ 5 จชต.ได้ทยอยลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งการลงพื้นที่สร้างความเข้าใจในแต่ละครั้ง บัณฑิตอาสาฯได้ร่วมกับสาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ติดตามเก็บข้อมูลและเข้าไปติดป้ายขอความร่วมมือกักบริเวณผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซียและกรุงเทพฯ

โดยขอความร่วมมือไม่ให้ออกจากบริเวณบ้านเป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันตนเอง เป็นการรับผิดชอบต่อสังคม และประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในเรื่องโรคระบาดโควิด-19 ให้ประชาชนทราบ ซึ่งผู้ที่ถูกกักบริเวณก็ให้ความร่วมมือและเข้าใจถึงมาตรการของภาครัฐที่เข้ามาดำเนินการในครั้งนี้เป็นอย่างดี   อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าสร้างความเข้าใจถึงการแพร่ระบาด การเฝ้าระวัง การป้องกัน การประชาสัมพันธ์ เป็นบทบาทหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องอีกด้วย

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา