“อลงกรณ์“ชี้ไทยเผชิญวิกฤติซ้อนวิกฤติครั้งใหญ่ใกล้เป็นรัฐที่ล้มเหลว ฟันธง”การเมืองสุจริต“ขจัดคอรัปชั่นทุนเทาปฏิรูปยกเครื่องประเทศใหม่คือทางรอดของชาติ

S__13205644

“อลงกรณ์“ชี้ไทยเผชิญวิกฤติซ้อนวิกฤติครั้งใหญ่ใกล้เป็นรัฐที่ล้มเหลว ฟันธง”การเมืองสุจริต“ขจัดคอรัปชั่นทุนเทาปฏิรูปยกเครื่องประเทศใหม่คือทางรอดของชาติ

นายอลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.
และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวันนี้โดยชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันที่กำลังเผชิญวิกฤติซ้อนวิกฤตครั้งใหญ่ทั้งวิกฤตในประเทศต่างประเทศและโจทย์อนาคตและมองว่า”การเมืองสุจริต“คือแนวทางหลักที่จะนำประเทศฝ่าพ้นวิกฤตต่างๆไปได้

คำถาม: ในมุมมองของท่านมองสถานการณ์และอนาคตของประเทศอย่างไร ?
อลงกรณ์ : วันนี้ประเทศของเราเผชิญวิกฤติซ้อนวิกฤติเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งวิกฤตในประเทศต่างประเทศและโจทย์อนาคตที่ท้าทายไม่ว่าจะเป็นสังคมสูงวัย เทคโนโลยีดิสรัปชั่น การกีดกันทางการค้า และโลกร้อนโลกรวน
วิกฤติที่ประเทศเผชิญเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่บ่อนทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยในปี 2568 ถดถอยลงอย่างรุนแรงร่วงลง 5 อันดับในปีเดียวมาอยู่อันดับที่ 30 จาก 67 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งไอเอ็มดี.ระบุสาเหตุว่าเป็นผลมาจากประสิทธิภาพภาครัฐที่ลดลงอย่างมากโครงสร้างเศรษฐกิจที่อ่อนแอปัญหาสังคมผู้สูงอายุ การขาดแคลนพลังงานและความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย ผลที่ตามมาคือเศรษฐกิจไทยโตต่ำโตช้าเติบโตต่ำกว่า2%ในปีล่าสุดรั้งท้ายในกลุ่มประเทศอาเซียน
เมื่อรายได้ไม่พอรายจ่ายทั้งภาครัฐและประชาชนทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 16 ล้านล้าน หรือ90%ของGDP ขณะที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นถึง 12 ล้านล้าน และจะถึง70%ของจีดีพี.ในปีงบประมาณหน้า
การที่รายได้ภาครัฐต่ำกว่ารายจ่ายมากทำให้ต้องกู้เพื่อปิดงบประมาณยาวนานต่อเนื่องยาวนาน19 ปีรวมถึงปีงบประมาณหน้าโดยเฉพาะปีงบประมาณนี้วงเงิน3.78ล้านบาทยังเป็นงบประมาณขาดดุลโดยกู้ชดเชยงบขาดดุลสูงถึง860,000ล้านบาท ขณะเดียวกันการคอรัปชั่นก็เข้าขั้นวิกฤติทุจริตฉ้อราษฎรบังหลวงทั้งระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติทั้งในตลาดหลักทรัพย์และบริษัทยักษ์ใหญ่สูงถึง 500,000ล้านต่อปี
ซ้ำเติมประเทศให้วิกฤติยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังปล่อยให้สินค้าจากต่างประเทศเข้ามาทำลายเอสเอ็มอีและโรงงานอุตสาหกรรมไทยอีกหลายแสนล้านบาทต่อปีเป็นวิกฤติธุรกิจรากหญ้ารวมทั้งวิกฤติทุนเทาสแกมเมอร์คอลเซนเตอร์และการฟอกเงิน จนทำให้ประเทศไทยถูกตราหน้าว่าเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินกระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นที่นานาประเทศมีต่อประเทศไทยอย่างรุนแรง
ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งในการแก้วิกฤติ เราจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว(Failed State)เพราะมี5สัญญานเตือน
1. ทุนเทาครอบงำ (State Capture)
ทุนเทาทุนคอรัปชั่นเข้าแทรกแซงและครอบงำระบบราชการ กระบวนการยุติธรรมและการเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของประเทศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
2. กฎหมายสองมาตรฐาน (Erosion of Rule of Law)
คดีทุจริตรายใหญ่ใช้เวลาตรวจสอบเฉลี่ยกว่า 5-10 ปี และมักหลุดคดีในที่สุดหรือพ้นข้อกล่าวคตั้งแต่ต้นทางด้วยการซื้อคดี ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม
3. จำยอมกับการคอรัปชั่น (Normalization of Corruption)
ผลการสำรวจและวิจัยรายงานว่า
เอสเอ็มอี.( SME )กว่า 60% จำยอมต้องจ่ายส่วยจ่ายสินบนจ่าย “ค่าธรรมเนียมสีเทา” เพื่อความอยู่รอด รวมทั้งนักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติ
4. ความไม่เสมอภาคสุดขั้ว(Extreme Inequality) คอรัปชั่นทำให้งบพัฒนาหายไป 3 แสนล้านบาทต่อปี ทำคนจนพุ่งสูงขึ้นขณะที่กลุ่มอิทธิพลร่ำรวยผิดปกติ
5. ระบบตรวจสอบไม่ทำงาน(Dysfunctional Oversight)กลไกตรวจสอบเป็นอัมพาต ถูกแทรกแซงโดยอำนาจการเมือง

คำถาม : แล้วจะแก้ไขได้อย่างไรครับ
อลงกรณ์ : ระบบเศรษฐกิจ ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอ่อนแอประสิทธิภาพภาครัฐต่ำลงจนยากจะเยียวยาหากไม่เร่งแก้ปัญหาวันนี้ด้วยแนวทางการเมืองสุจริตปราบปรามการทุจริตและทุนเทาอย่างเฉียบขาด ไม่ลูบหน้าปะจมูก ใช้เทคโนโลยีเอไอ.และแพลตฟอร์มดิจิตอลมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนภาคเอกชนภาคประชาชนมาร่วมทำงานทั้งแจ้งเบาะแสและไม่จ่ายส่วยจ่ายสินบนไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง
นอกจากนี้ต้องปฏิรูปยกเครื่องประเทศครั้งใหญ่ให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโต 5 % ด้วยระบบเศรษฐกิจใหม่สร้างรายได้ใหม่และตอบโจทย์อนาคต เสมือนเครื่องยนต์ตัวใหม่แทนเครื่องยนต์ตัวเก่าเช่นเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เศรษฐกิจสูงวัย(Silver Economy และเศรษฐกิจภูมิอากาศ (Climate Economy)ฯลฯพร้อมกับการปลดล็อคยกเลิกกฎหมายกฎระเบียบที่ล้าหลังโดยกิโยตินกฎหมายที่เป็นอุปสรรคของการลงทุน ธุรกิจการค้าและการบริการประชาชนโดยเร็วที่สุด เป็นต้น

คำถาม : การเลือกตั้งจะช่วยได้อย่างไร?
อลงกรณ์ : 8 กพ วันเลือกตั้งจะชี้ชะตาประเทศว่าประชาชนจะเลือกทางใด
ระหว่างอดีตที่มืดมนหรืออนาคตที่ดีกว่า
อย่าเลือกเพราะอามิสสินจ้าง เลือกผู้แทนเลือกนายกรัฐมนตรีและพรรคที่ซื่อสัตย์สุจริตมีประสบการณ์มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้าทันโลกเพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดีสภาผู้แทนที่ดีสามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประเทศได้จึงจะพาประเทศออกจากวิกฤติไปได้.

You may have missed